รู้สึกว่านานมากแล้วที่ไม่ได้เขียนบันทึก
ไม่ว่าจะเขียนด้วยปากกา เขียนด้วยดินสอ หรือเขียนด้วยคีย์บอร์ด
คิดถึงจัง
ตลอดช่วงเวลายาวนานที่หน้าบันทึกถูกทิ้งร้างอยู่นิ่งๆ สรรพสิ่งทั้งหลายกลับเคลื่อนไปอย่างไม่หยุดหย่อน
มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายจนเล่าไม่หมด
มีความรู้สึกอันหลากหลายซึ่งหาคำคุณศัพท์มาบรรยายไม่ถูก
ทั้งยังมีผู้คนอีกไม่น้อยที่แวะเวียนเข้ามาในชีวิต
...แล้วโดยที่เราไม่รู้ตัว...ทุกสิ่งก็ผ่านไป
เบื้องหลังคือฝุ่นผงที่ฟุ้งกระจาย ฝุ่นผงที่แสดงถึงการมีอยู่ของสิ่งที่จากไปแล้ว
มันค่อยๆ ทิ้งตัวลง นอนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น รอวันที่จะมีอะไรสักอย่างขุดคุ้ยมันขึ้นมาให้ลอยละล่องอวดโฉมอีกครั้ง
อะไรสักอย่างที่จะสะกิดให้ภาพอดีตกลับมามีชีวิต
อะไรสักอย่างที่จะทำให้เราได้หวนระลึกถึงความทรงจำครั้งเก่าก่อน
เคยได้ยินใครหลายคนกล่าวถึงไทม์แมชชีนว่ามันเป็นของวิเศษที่จะพาเราย้อนกลับไปสู่อดีต
บางคนหัวเราะ -- ไร้สาระ! ของแบบนั้นมีแต่ในนิยาย
บางคนครุ่นคิด -- บางที ในอวกาศกว้างใหญ่ อาจจะมีสิ่งนั้นซุกซ่อนอยู่ก็ได้
บางคนพร่ำเพ้อ -- ถ้ามีจริง ฉันจะกลับไปเสริมดั้งตั้งแต่อายุ 13 เสริมอกตอนอายุ 15 แล้วฉันจะเป็นดารา!!
บางคนเพียงรับฟัง -- อ้อ เหรอ
แต่บางคนกลับยิ้ม แล้วถามกลับมาง่ายๆ ว่า "แล้วเธอไม่มีเหรอ ไทม์แมชชีนน่ะ"
ไทม์แมชชีนที่พวกเขาพูดถึงไม่ใช่อุปกรณ์ไฮเทคอย่างที่เห็นในภาพยนตร์ไซไฟหรือการ์ตูนแฟนตาซี
ทั้งยังไม่ใช่ยานหน้าตาเรียบๆ ที่เราจะเจอมันได้ในลิ้นชักอย่างในเรื่องโดเรม่อน
มันธรรมดากว่านั้นเยอะ
สำหรับพวกเขา สิ่งของทุกอย่างรอบตัวคือไทม์แมชชีน
ไม่ว่าจะเป็นของที่ดูไม่สมประกอบอย่าง กล่องดินสอผุๆ กระเป๋าสตางค์เหี่ยวๆ ตั๋วรถเมล์ขาดๆ
ไปจนถึงของที่ดูใหม่เอี่ยมอย่างกระเป๋าหนังยี่ห้อดังมันแว้บ หรือรองเท้าคู่ใหม่แกะกล่อง
เขาบอกว่าของทุกสิ่งล้วนมีความทรงจำ
ลองหยิบของข้างตัวขึ้นมาสักอย่าง แล้วถามตัวเองว่า มันมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ใครเอามา แล้วมันทำอะไรได้บ้าง
เมื่อนั้นแหละ ความทรงจำเกี่ยวกับมันก็จะค่อยๆ ผุดขึ้นมาทีละอย่าง สองอย่าง
...ฝุ่นผงที่เคยนอนนิ่งกำลังถูกสะกิดให้เริงระบำ...
เราอาจได้เห็นภาพตัวเองกับเพื่อนๆ กำลังวิจารณ์รองเท้าคู่หนึ่งอย่างเมามันส์
เราอาจได้เห็นภาพตัวเองกับพ่อแม่กำลังนั่งกินข้าวแกงริมทางในไนท์บาซาร์ด้วยรอยยิ้ม
เราอาจได้เห็นภาพตัวเองกระโดดโลดเต้นอยู่ท่ามกลางคนมากมายทั้งๆ ที่เหลื่อท่วมตัว
เราอาจได้เห็นภาพตัวเองกำลังร้องไห้อยู่เพียงลำพัง
และบางที เราอาจไม่เห็นภาพอะไรเลย
กับของบางอย่างเราอาจต้องใช้เวลานานในการตอบคำถามเหล่านั้น
...อาจเพราะฝุ่นผงที่มันทิ้งไว้มีน้อยเกินไป หรือไม่ก็ถูกทับอยู่ลึกเกินไป...
บางที มันคงถึงเวลาแล้วที่เราจะลุกขึ้นมาปัดกวาด ทำความสะอาดครั้งใหญ่
แซะตะกอนดินหนาเตอะที่ถูกทับแน่นขึ้นมาดู
แยกเศษผงสีประหลาด จำนวนเท่าปลายก้อยออกมาเก็บไว้ต่างหาก
สำรวจดูว่ามีฝุ่นผงมากแค่ไหนเกิดขึ้นระหว่างที่เราไม่ได้ดูแล
...นั่นคือการเก็บความทรงจำที่ถูกไทม์แมชชีนอันแสนธรรมดาขุดคุ้ยขึ้นมา...
เก็บมันด้วยตัวอักษรบนหน้ากระดาษ ที่แม้วันหนึ่งอาจถูกสิ่งอื่นทับถม แต่สามารถค้นกลับขึ้นมาง่ายกว่าฝุ่นผงที่แข็งเป็นหิน
การเขียนบันทึก...การเก็บกวาดจัดเรียงความทรงจำที่ยุ่งเหยิงฟุ้งตลบอยู่ในสมอง
ไม่ได้ทำมานานแล้วสินะ...
คิดถึงจัง
.
.
.
แล้วทำไมวันนี้ถึงเขียนได้น่ะรึ???
.
.
.
"ก็บอกแล้วไงว่าวันนี้...ชิลล์"
สู้ๆนะจ๊ะท่านประธาน จุ๊บๆ